ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ฟิล์มติดรถยนต์ 6 ยี่ห้อดัง

 


การพิจารณาเลือกฟิล์มติดรถยนต์ กันรังสีความร้อนแล้ว ยังต้องดูที่การส่องผ่านของแสงด้วย เนื่องจากฟิล์มที่แสงส่องผ่านได้น้อย จะส่งผลต่อทัศนวิสัยในการขับขี่โดยตรง จากการทดสอบแสงส่องผ่านฟิล์มได้มากที่สุด หน่วยเป็น Lux (ลักซ์) พบว่า 3M Lamina Hi-Kool....


 

เป็นที่ทราบกันดีถึง ความสำคัญและความจำเป็นที่ รถยนต์ควรจะติดฟิล์มกรองแสง เหตุผลหลัก ๆ นั่นก็คือการช่วยลดความร้อน และลดหรือป้องกันการส่องแสงของแดดเข้ามาในตัวรถ โดยเฉพาะในเมืองไทย ที่เป็นที่รู้กันดีว่าขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศที่เลวร้ายขนาดไหน การติดฟิล์มป้องกันแดด จึงเป็นเรื่องที่สมควรอย่างมาก สำหรับผู้ใช้รถในบ้านเรา และ หากกำลังมองหาข้อมูลว่า ควรเลือกซื้อและเลือกใช้ฟิล์มติดรถยนต์แบบไหนถึงจะเหมาะ มาลองหาข้อมูลเหล่านี้กันเสียก่อน

ผลทดสอบฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ 6 ยี่ห้อดัง

ผลทดสอบฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ 6 ยี่ห้อดัง
ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ร่วมกับห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางแสงและอุณหภูมิ ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ทดสอบแผ่นฟิล์มลดความร้อนติดรถยนต์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนในรถยนต์ ที่เกิดจากคลื่นความร้อน (รังสีอินฟราเรด) ส่องเข้ามาในตัวรถและไม่สามารถสะท้อนออกไปได้ โดยนำเอา 6 รุ่น 6 ยี่ห้อมาใช้ในการทดสอบ ดังนี้
1. 3M รุ่น FX20
2. Lamina รุ่น ARL20C
3. Hi-Kool รุ่น MO 15 HC
4. Xtra-Cole รุ่น XC 20 NE
5. FuchiCool รุ่น C 60 B
6. ไม่มียี่ห้อ รุ่น ไม่มีปรอท

การทดสอบวัดประสิทธิภาพใน 4 ประเภท
1.ความสามารถของฟิล์มติดรถยนต์ในเรื่องการช่วยลดแสงยูวี (UV)
2.การช่วยลดแสงสว่างในช่วงที่สายตามองเห็น
3.ความสามารถในการกันรังสีความร้อน (Infrared)
4.การป้องกันความร้อนสะสม

ประสิทธิภาพ ฟิล์มกันความร้อน
ผู้ซื้อควรพิจารณาประสิทธิภาพการกันความร้อนเป็นหลัก แต่ก็ต้องไม่มองข้ามความสามารถในการส่องผ่านของแสงเช่นกัน เพราะอาจทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลงจนเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะการขับขี่ในเวลากลางคืน ส่วนประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนนั้น สามารถวัดได้จากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิภายนอกรถและภายในรถ หากภายในรถมี 'ความร้อนสะสม' สูงกว่าอุณหภูมิภายนอกรถมากขึ้นเท่าไหร่ แสดงว่าประสิทธิภาพการกันร้อนของฟิล์มยิ่งลดลงไปเท่านั้น

ผลการทดสอบ ความร้อนสะสมภายในรถ

ผลการทดสอบ ความร้อนสะสมภายในรถ
จากการทดสอบแล้ว (วัดจากความต่างระหว่างอุณหภูมิภายนอกและภายใน มีหน่วยเป็นองศาเซลเซียส) ฟิล์ม Hi-Kool MO 15 HC มีความแตกต่างน้อยที่สุดอยู่ที่ 2.79 องศาเซลเซียส ตามด้วย Xtra-Cole XC 20 NE อยู่ที่ 6.81 องศาเซลเซียส และ FuchiCool C 60 B อยู่ที่ 5.00 องศาเซลเซียส ขณะที่ฟิล์มไม่มียี่ห้อ กันความร้อนได้แย่ที่สุดอยู่ที่ 10.46 องศาเซลเซียส รายละเอียด 6 อันดับฟิล์มกันร้อนได้ดีที่สุด (เรียงจากดีสุด ไปถึงแย่สุด)

1. Hi-Kool รุ่น MO 15 HC - 2.79
2. FuchiCool รุ่น C 60 B - 5.00
3. Xtra-Cole รุ่น XC 20 NE - 6.81
4. 3M รุ่น FX20 - 9.13
5. Lamina รุ่น ARL20C - 9.19
6. ไม่มียี่ห้อ รุ่น ไม่มีปรอท - 10.46

6 อันดับฟิล์มที่แสงส่องผ่านได้ดีที่สุด

6 อันดับฟิล์มที่แสงส่องผ่านได้ดีที่สุด
นอกจากจะดูที่ประสิทธิภาพการกันความร้อนแล้ว การพิจารณาเลือกฟิล์มติดรถยนต์ ยังควรดูที่การส่องผ่านของแสงด้วย เนื่องจากฟิล์มที่แสงส่องผ่านได้น้อย จะส่งผลต่อทัศนวิสัยในการขับขี่โดยตรง จากการทดสอบแสงส่องผ่านฟิล์มได้มากที่สุด หน่วยเป็น Lux (ลักซ์) พบว่า 3M FX20 สามารถให้แสงผ่านสูงสุดอยู่ที่ 2068 Lux ตามด้วย Xtra-Cole XC 20 NE อยู่ที่ 1750 Lux ขณะที่ฟิล์มที่มีแสงส่องผ่านได้น้อยที่สุด คือ ฟิล์มไม่มียี่ห้อ ไม่มีปรอท มีแสงส่องผ่านเพียง 678 ลักซ์ เท่านั้น รายละเอียดดังนี้ (เรียงจากแสงผ่านได้ดีสุด ไปสู่แสงผ่านน้อยสุด)

1. 3M รุ่น FX20 - 2068 Lux
2. Xtra-Cole รุ่น XC 20 NE - 1750 Lux
3. Lamina รุ่น ARL20C - 1628 Lux
4. Hi-Kool รุ่น MO 15 HC - 1514 Lux
5. FuchiCool รุ่น C 60 B - 1264 Lux
6. ไม่มียี่ห้อ รุ่น ไม่มีปรอท - 678 Lux

ติดฟิล์มรถยนต์กี่เปอร์เซ็นต์ดี

ติดฟิล์มรถยนต์กี่เปอร์เซ็นต์ดี
ในระดับการป้องกันความร้อนของฟิล์มติดรถยนต์ จะมีการคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยจะมีระดับเปอร์เซ็นต์ทั่วไปอยู่ที่ 40, 60, และ 80 ยิ่งระดับเปอร์เซ็นต์สูง นั่นหมายถึงประสิทธิภาพป้องกันความร้อนที่มากขึ้น โดยในแต่ละยี่ห้อจะมีค่ากำหนดที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัทผู้ผลิตจะกำหนดมา ซึ่งมาตรฐานแล้ว แต่ละระดับมีคุณสมบัติดังนี้

ความทึบของฟิล์มที่ 40% : เป็นฟิล์มใสที่มีค่าของแสงส่องผ่านเข้าไปในรถได้สูงถึงประมาณ 35% ขึ้นไป เวลาขับในช่วงแดดแรงจะร้อนมาก มักจะนิยมติดแค่กระจกหน้าบานเดียว เพียงเพื่อให้มองเห็นทางชัดเจน มากกว่ามองไปถึงเรื่องการกันความร้อน
ความทึบของฟิล์มที่ 60% : เป็นฟิล์มเข้มที่มีค่าของแสงส่องผ่านเข้าไปในรถได้อยู่ที่ประมาณ 20% เหมาะสำหรับรถที่ใช้งานกลางวันอยู่บ่อย ป้องกันความร้อนได้ มองเห็นทางได้ดี
ความทึบของฟิล์มที่ 80% : เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ด้วยฟิล์มดำเข้มที่แสงสามารถส่องผ่านเข้ามาได้เพียง 5% เท่านั้น กันแสงแดดและสะท้อนความร้อนได้ดี

แนะนำการติดฟิล์มรถยนต์ รอบคัน

แนะนำการติดฟิล์มรถยนต์ รอบคัน
การติดฟิล์มรถยนต์ สามารถเลือกประเภทที่แตกต่างได้ในกระจกรถแต่ละบาน ไม่จำเป็นว่าจะต้องติดในระดับความทึบเดียวรอบคัน ซึ่งในรูปแบบมาตรฐานในปัจจุบัน มากจะติดเป็นบานหน้าอยู่ที่ประมาณ 60% และติดรอบคันที่ 80% ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากองค์ประกอบอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น ค่าสายตาของแต่ละคน และช่วงอายุเองก็มีผลด้วยเหมือนกัน เพราะสำหรับบางคนยิ่งอายุมากขึ้น ทัศนิวิสัยในการมองทางก็ลดลง จึงต้องเลือกระดับความทึบของฟิล์มที่เหมาะสม ด้วยการเข้าไปเลือกดูด้วยตัวเองในการติดตั้งเป็นดีที่สุด

Cr.sanook,chobrod,LUX Meter,เครื่องมือวัดแสง,นิตยสารฉลาดซื้อ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ค่า LUX (LX) เหมาะกับ ร้านอาหาร สำนักงาน บ้าน

  พื้นที่เตรียมวัตถุดิบ ปรุง ประกอบอาหาร ต้องมีแสงสว่าง> 300 Lux ที่จำหน่ายอาหาร หรือบุฟเฟต์ ต้องมีแสงสว่าง> 215 ลักซ์ ที่ล้าง&เก็บภาชนะ ต้องมีแสงสว่าง> 300 Lx ห้องแช่เย็น&ห้องเก็บอาหารแห้ง มีแสงสว่าง> 100 ลักซ์  ห้องส้วม ต้องมีแสงสว่างไม่น้อยกว่า 100 lux..   ความสว่างแค่ไหนถึงจะพอสำหรับร้านอาหาร ที่ทำงาน หรือ ที่อยู่อาศัย ? คำถามนี้เป็นคำถามที่ผมพบบ่อยมากในการทำงาน คนส่วนใหญ่จะคิดว่าขอสว่างๆ เอาไว้ก่อน อันที่จริงวิธีคิดก็ไม่ผิดอะไร แต่ความสว่างที่มากเกินไปก็มีผลเสียต่อสายตาเช่นกัน แล้วแค่ไหนถึงจะเหมาะสมในแต่ละพื้นทีใช้งาน เราลองมาวัดค่าความสว่าง (Lx) กัน วัดค่าความสว่าง ลักซ์ (Lux) ในการวัดค่าความสว่าง มีหน่วยวัดค่าเป็น Lux (Lx) ซึ่งการวัดค่า ลักซ์ (Lux) ในพื้นที่จะต้องใช้เครื่องมือวัดแสง หรือที่เรียกว่า “Lux Meter” หรือ "Light Meter" โดยเอาเครื่องมือไปวางไว้ใต้จุดกำเนิดแสง จากนั้นเครื่องมือคำนวนค่าความสว่างออกมาเป็นตัวเลข ปัจจุบันสมาร์ทโฟนก็สามารถใช้เป็น เครื่องวัดแสงสว่าง (Light Meter) ได้แล้ว เพียงแค่โหลด application lux me...

โคมไฟอัจฉริยะ เพื่อสุขภาพสายตา

  โคมไฟอัจฉริยะ เพื่อสุขภาพสายตา พัฒนาเพิ่มคุณสมบัติในการเลียนแบบแสงธรรมชาติที่ใช้งานได้ในรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่เราทำ ด้วยการใช้อัลกอรึทึมในการติดตามแสง โดยมีหลอด LED โทนส้ม 3 ดวง และ โทนฟ้า 3 ดวง โคมไฟอัจฉริยะ สามารถปรับอุณหภูมิสีและ...   โคมไฟอัจฉริยะ เพื่อสุขภาพสายตา Dyson Lightcycle Morph มีการพัฒนาเพิ่มคุณสมบัติในการเลียนแบบแสงธรรมชาติที่สามารถใช้งานได้ในรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่เราทำ ด้วยการใช้อัลกอรึทึมในการติดตามแสง โดยมีหลอด LED โทนส้ม 3 ดวง และ โทนฟ้า 3 ดวง โคมไฟอัจฉริยะ สามารถปรับอุณหภูมิสีและความสว่างอย่างต่อเนื่องโดยให้สัมพันธ์กับแสงธรรมชาติตามท้องถิ่น สามารถใช้งานได้กับหลากหลายกิจกรรม ช่วยมอบแสงที่มีคุณภาพตามกาลเวลาให้กับผู้ใช้งาน โคมไฟอัจฉริยะ Dyson Lightcycle Morph ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานแบบอเนกประสงค์ มอบแสงสว่างให้ใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติมากที่สุด เริ่มต้นจากแสงแบบพระอาทิตย์ขึ้นไปจนถึงแสงสว่างยามเย็นที่กลายเป็นโทนสีฟ้า แสงสว่างทางอ้อม (Indirect light) หัวโคมไฟสามารถปรับหมุนได้ 360 องศา สามารถใช้ทำการส่องกระทบไปยังพื้นผนัง พื้น และเพดานได้ แ...

รางวัล ผู้นำอาคารสีเขียว อนุรักษ์พลังงาน

  ออกแบบอาคารและผนังอาคารที่มีฉนวนและกระจกอินซูเลทกรองแสงสามชั้น ช่วยกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้มากถึง 75% และเปิดรับแสงธรรมชาติ อีกทั้งมีระบบ Smart Connected Lighting ที่ช่วยปรับแสงสว่างและความเข้มแสงภายในสำนักงานให้เหมาะสมในขณะที่แสง......     เดอะ ปาร์ค โครงการไลฟ์สไตล์มิกซ์ยูสออฟฟิศและรีเทลอัจฉริยะ ได้รับรางวัลดีเด่นด้านอนุรักษ์พลังงาน ในประเภทอาคารสร้างสรรค์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน หรือ "อาคารเขียว" จากการประกวด "Thailand Energy Awards 2022" อีกทั้งยังได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมแข่งขันในระดับอาเซียน ASEAN Energy Awards 2022 ในประเภทอาคารเขียว อาคารอัจฉริยะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นับเป็นการตอกย้ำจุดยืนของ เดอะ ปาร์ค อีกครั้ง ในฐานะอาคารอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังเป็นผู้บุกเบิกสร้างมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาอาคารเขียวที่ยั่งยืนในประเทศไทย ที่ผ่านมา เดอะ ปาร์ค ยังได้รับประกาศนียบัตรการรับรอง LEED เวอร์ชั่น 4 BD+C: Core and Shell ซึ่งเป็นมาตรฐาน ล่าสุดสำหรับการออกแบบและก่อสร้างอาคารสีเขียว ก็ได้รับรางวัล "Th...